Coolmenus example - CoolMenus4 DHTML script made by Thomas Brattli from DHTMLCentral.com. Visit for more great scripts. a








แสงแดดเร่งเวลาให้ผิวโรยราแก่เกินวัย
เนื่องจากความร้อน และแสงแดดเป็นปัจจัยที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน และแสงแดดยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดริ้วรอย และผิวแห้งกร้านมากยิ่งขึ้นที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะแสงแดดเป็นตัวเร่ง ปฏิกิริยาให้เสมือนว่าเวลาเดินเร็วกว่าปกติ ดังนั้น ผิวที่สัมผัสกับแสงแดดจึงแลดูโรยรา อ่อนล้าเกินวัยกว่าอายุผิวจริง ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ของบ้านเรา ที่ต้องเผชิญแสงแดดกับแสงแดด และรังสี UV ยาวนานถึงวันละ 13 ชม. ถ้าไม่อยากให้ผิวแก่ก่อนวัยควรหลีกเลี่ยงการเผชิญโดยตรงกับแสงแดดในทุก รูปแบบ

เรื่องจริงที่น่ากลัวเกี่ยวกับแสงแดด
แสงแดด...สาเหตุ หลักที่ทำให้ผิวของเราแก่ก่อนวัยอันควร เพราะแสงแดดเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระไปทำลายผิว ทำให้เกิดจุดด่างดำ ผิวหยาบกร้าน และยังพบว่าริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดดนั้น เกิดขึ้นได้กับเด็กในอายุวัยน้อยๆ ไม่กี่เดือน ต่อเนื่องไปจนถึงวัยหนุ่มสาว ซึ่งอาจจะยังสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจนว่าผิวหน้าถูกแสงแดดทำลายสะสมอยู่ตลอด เวลา และจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่ออายุวัยสูงขึ้น
ผลร้ายจากรังสี UVA และ UVB
  • รังสี UVA เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว เข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้ ซึ่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจน อีลาสตินทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย เป็นตัวการทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในผิวและอนุมูลอิสระ และหากได้รับในระยะยาวอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้
  • รังสี UVB เป็นรังสีช่วงคลื่นสั้นกว่า จะทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้า และหนังแท้ชั้นบนเท่านั้น ทำให้มีอาการแสบ และแดงไหม้ (Sunburn) และทำให้เกิดการผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้นจนทำให้สีผิวหมองคล้ำลงอย่างเห็น ได้ชัด ( Suntan)
จุดเสี่ยงเผชิญแสงแดดที่ไม่ควรมองข้าม

1. ดวงตา... ทั้งนี้เพราะรังสี UV ที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาถ้าได้รับในปริมาณมากก็อาจก่อให้เกิดอาการของต้อกระจก ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจึงควรปกป้องดวงตาด้วยการสวมแว่นตากัน แดดทุกครั้ง และแว่นกันแดดที่มีคุณภาพควรมีประสิทธิภาพในการดูดซับรังสี UV คลื่นสั้น 70% คลื่นยาว 20% และรังสีที่มองไม่เห็น 60%
2. ริมฝีปาก...เป็นอีกจุดที่ถูกแสงแดดโจมตีให้ดำคล้ำ ขาดความชุ่มชื้นสมดุลได้ง่าย ส่งผลให้ผิวแห้งแตกเป็นริ้วรอยร่องปาก ควรปกป้องด้วยการทาลิปสติกที่มีค่า SPF 25 ทุกวันเพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายของแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง
3. เส้นผม...เป็นจุดแรกของร่างกายที่ต้องสัมผัสกับแสงแดด รังสี UV และความร้อนที่กระจายอยู่ในแสงแดดจะไปทำลายความชุ่มชื้น ทำให้เส้นผมหยาบกร้าน แห้งแตกขาดความเงางาม ดังนั้นการดูแลปกป้องเส้นผมด้วยการทาเคลือบด้วยเจลวิตามินจึงเป็นอีกทางออก ที่สามารถช่วยปกป้อง และฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่แห้งแตกให้กลับมานุ่มสลวย เงางามได้อีกครั้ง
ยุทธการรับมือกับแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. เลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดในช่วง 9.00 -- 15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับซีก โลกตะวันออก ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียได้รับแสง และรังสี UV มากที่สุด
2. สวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพความแรงร้อนของแสงแดด แนะนำให้เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มี ลักษณะเนื้อแน่น สีเข้ม ทั้งนี้เพราะเนื้อผ้าแต่ละประเภทมีค่า SPF ในการป้องกันแสงแดด เช่น ผ้าฝ้าย มีค่า SPF 10 หรือผ้าลายสองที่ทอแน่นจะสามารถปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ดีกว่าผ้าแพร เนื้อบางเบา ส่วนผ้าต่วนที่เนื้อมันเรียบช่วยป้องกัน และสะท้อนรังสี UV ได้ดีที่สุด และผ้าสีเข้มกัน แสงได้ดีกว่าผ้าสีอ่อน แต่ก็ดูดซับแสงไว้ได้มากทำให้รู้สึกว่าร้อนมากกว่าผ้าสีอ่อน
3. เลือกค่า SPF ให้เหมาะสมกับการผจญแสงแดด และควรมีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันได้ทั้ง รังสี UVA และ UVB โดยต้องทาให้ทั่วผิวก่อนออกแดด 15 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชม.
4. ครีมป้องกันแสงแดดที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องดีเยี่ยมนอกเหนือจากค่า SPF ที่ระบุ และ เลือกใช้ให้ตรงกับการปกป้องเฉพาะจุดที่กำหนดแล้ว ครีมป้องกันแสงแดดในแต่ละหลอดจะต้อง มีอายุการใช้ไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น
5. ความต่างระหว่างครีมกันแดด Water Proof กับ Water Resistant คือ ครีมกันแดดที่มีค่าระบุ Water Proof สามารถปกป้องผิวได้ยาวนานกว่า Water Resistant ถึง 1 เท่า คือ ถ้า Water Proof ป้องกันแสงแดดได้นาน 60 นาที แบบWater Resistant ก็สามารถป้องกันได้แค่ 30 นาที เท่านั้น และหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิด Water Proof ก็ควรชำระล้างด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับ Water Proof ด้วยเช่นเดียวกัน