Product was successfully added to your shopping cart.
Home
.
|
0item(s)

You have no items in your shopping cart.

Swipe to the left

​ เตือนภัยจากภาวะตัวเย็นเกิน หรือ Hypothermia

พิมพ์
​  เตือนภัยจากภาวะตัวเย็นเกิน หรือ Hypothermia
3 years ago No comments

ช่วงนี้สาวๆ หลายคนอาจจะกำลังลั๊นลาเริงร่ากับความหนาวเย็นของสภาพอากาศที่แสนจะสดชื่นเหมือนยืนโต้ลมหนาวอยู่บนดอยสูง ทั้งๆ ที่เราก็ยังใช้ชีวิตประจำวันอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ นี่เอง .. แต่ทราบมั๊ยคะว่าอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างเฉียบพลันก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เพราะความหนาวเย็นแบบเฉียบพลันก็อาจทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ส่งผลให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่ลดต่ำลง และถ้า ต่ำกว่า 35 ํC ก็อาจจะส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกายให้ทำหน้าที่ได้ไม่ปกติ โดยเฉพาะ กับผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุก็แน่นอนค่ะว่าเกิดจากการสัมผัสกับความหนาวเย็นของสภาพอากาศ รวมถึงการที่ร่างกายสูญเสียกลไกปรับอุณหภูมิทำให้ไม่สามารถสร้าง และ เก็บความร้อนในร่างกายได้ ทั้งนี้ยังรวมถึงผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยานอนหลับ หรือใช้ยากล่อมประสาท ฯลฯ ที่เมื่อสัมผัสอากาศเย็นอุณหภูมิร่างกายก็จะลดลงจนถึงขั้นอันตรายได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็คือ ทำให้ร่างกายผู้ป่วยอบอุ่นที่สุด และเข้าไปอยู่ในห้อง ที่อบอุ่น ไม่มีลมเข้า จากนั้นจับผู้ป่วยให้นอนหงายนิ่งๆ บนพื้นที่อบอุ่น หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกาย ห้ามนวด หรือแตะต้องตัวผู้ป่วยแรงๆ เพราะอาจจะกระเทือนไปถึงการทำงานของหัวใจได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวควรให้ดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มอุ่น แต่ห้าม ให้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจทำให้หัวใจหยุดเต็นได้ แต่ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจกะทันหัน แนะนำให้ผายปอดด้วยการเป่าปากค่ะ แต่ถ้ายังหายใจอยู่แม้เพียงแผ่วๆ ก็ห้ามผายปอดช่วยนะคะ เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นได้ค่ะ แล้วจึงรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ที่สุดอ่ะค่ะ


การรักษา

เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ จำเป็นต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วน และรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แพทย์จะรีบหาวิธีทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น เช่น ห่มผ้านวมหรือผ้าห่มหนาๆ แช่น้ำอุ่นหรือประคบด้วยน้ำอุ่น ห่มผ้าห่มไฟฟ้า (electric blanket) ให้สารน้ำที่อุ่นเข้าทางหลอดเลือดดำ ให้หายใจอากาศที่อุ่นเข้าร่างกาย การสวนน้ำอุ่นทางกระเพาะอาหาร ทวารหนัก กระเพาะปัสสาวะ ช่องท้อง โพรงเยื่อหุ้มปอด เป็นต้น
ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจหรือชีพจรไม่เต้น จะต้องรีบทำการกู้ชีพ (CPR) ใส่ท่อช่วยหายใจ ให้ออกซิเจน ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปรับดุลอิเล็กโทรไลต์ในเลือด
แพทย์จะประเมินอาการและภาวะแทรกซ้อนโดยการตรวจพิเศษ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นหัวใจ เป็นต้น และทำการแก้ไขภาวะผิดปกติตามที่ตรวจพบ


ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะตัวเย็นเกินส่งผลกระทบต่ออวัยวะแทบทุกส่วน ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ มักเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้น (asystole) หรือหัวใจห้องล่างเต้นระรัว (ventricular fibrillation)


นอกจากนี้ยังอาจพบภาวะเลือดเป็นกรด (metabolic acidosis) โพแทสเซียมในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูง ปอดอักเสบ ไตวาย ภาวะเลือดข้น ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ตับอ่อนอักเสบ ทางเดินอาหารเป็นแผลหรือเลือดออก หลอดลมหดเกร็ง


การป้องกัน
การป้องกันอันตรายจากความเย็น ควรปฏิบัติดังนี้

  1. สวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นเพียงพอ ห่มผ้าห่มหรือผ้านวมหนาๆ หรือผิงไฟให้อบอุ่น
  2. หลีก เลี่ยงการออกไปสัมผัสอากาศหนาวหรือลมหนาวนอกบ้าน ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้พียงพอ รวมทั้งปกคลุมถึงหน้าและศีรษะ ใส่ถุงมือถุงเท้า
  3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  4. ในช่วงอากาศหนาวเย็น ควรดูแลกลุ่มเสี่ยง (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง) เป็นพิเศษ ไม่ให้ได้รับอันตราย


ภาพประกอบจาก http://www.dek-d.com/lifestyle/26868/

  • Share Now