โลชั่นกลิ่นไหนหอมที่สุด? เลือกกลิ่นให้เหมาะกับบุคลิก

 

          เวลาจะเลือก “โลชั่นกลิ่นหอม” หลายคนมักเจอปัญหาว่าไม่รู้ควรเลือกกลิ่นแบบไหนดี เพราะแต่ละกลิ่นก็ให้ความรู้สึกและบุคลิกที่ต่างกัน บางกลิ่นให้ฟีลสะอาดสดชื่น บางกลิ่นดูหวานละมุน หรือบางกลิ่นก็ให้ความรู้สึกหรู ดูแพงแบบ luxury

          จริง ๆ แล้ว “โลชั่นหอมติดทน” ที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่ากลิ่นไหนหอมที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่ากลิ่นนั้นเข้ากับบุคลิก ไลฟ์สไตล์ และโอกาสที่ใช้งานหรือไม่ เพราะกลิ่นสามารถสร้าง First Impression และช่วยเสริมภาพลักษณ์ได้มากกว่าที่คิด

กลิ่นสะอาดคือกลิ่นแบบไหน

          หนึ่งในกลิ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “กลิ่นสะอาด” เพราะเป็นกลิ่นที่ใช้ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน และทำให้คนรอบตัวรู้สึกสบายเมื่ออยู่ใกล้ โดยทั่วไปกลิ่นสะอาดมักมาในโทน

  • กลิ่นแป้ง
  • กลิ่นสบู่
  • กลิ่น cotton กลิ่นหอมสะอาดสดชื่น เหมือนผ้าที่พึ่งซัก
  • กลิ่น fresh floral อ่อน ๆ
  • กลิ่น citrus สดชื่น

          จุดเด่นของกลิ่นแนวนี้คือให้ฟีลเหมือนเพิ่งอาบน้ำใหม่ ๆ ดูเป็นคนสะอาด สดชื่น และเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับทั้งวันทำงาน วันเรียน หรือวันที่อยากได้ลุคธรรมชาติแบบ “ผิวหอมเอง” สำหรับคนที่ชอบให้ตัวหอมแบบไม่ฉุน กลิ่นสะอาดถือเป็นหนึ่งในกลิ่นโลชั่นที่ใช้ได้บ่อยที่สุด เพราะสามารถใช้ได้ทุกโอกาสโดยไม่รู้สึกหนักจนเกินไป

กลิ่น musk เหมาะกับใคร

          อีกหนึ่งกลิ่นยอดนิยมคือ “musk” ซึ่งเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มลึก และดูมีเสน่ห์แบบ understated luxury กลิ่น musk มักเหมาะกับคนที่

  • ชอบลุคดูโต ดูสุขุม
  • อยากให้ตัวหอมแบบมีมิติ
  • ชอบกลิ่นแนว clean but sexy
  • อยากได้ฟีลผู้ดี ดูแพง แต่ไม่หวานเลี่ยน

          ข้อดีของ musk คือเป็นกลิ่นที่ช่วยให้โลชั่นหอมติดทนมากขึ้น เพราะตัวกลิ่นมีความนุ่มลึกและติดผิวได้ดี เมื่อผสมกับ floral หรือ powdery note จะยิ่งให้ฟีลหรูและดูแพงมากขึ้น หลายคนที่ชอบกลิ่น luxury หรือกลิ่นที่ให้ความรู้สึกคล้ายโรงแรมหรู มักจะชอบโลชั่นกลิ่น musk เพราะให้ความรู้สึกสะอาดแต่ยังมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน

 

โลชั่นกลิ่นหวานเหมาะกับโอกาสไหน

         โลชั่นกลิ่นหวาน หรือกลิ่น fruity และ floral เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความนิยมมาก เพราะช่วยเพิ่มความสดใสและทำให้ลุคดูน่ารักขึ้น กลิ่นแนว fruity มักจะให้ความรู้สึกสดชื่น ขี้เล่น และดู approachable เช่น กลิ่นพีช เบอร์รี่ หรือผลไม้หวาน ๆ ส่วนกลิ่น floral จะให้ฟีลละมุน โรแมนติก และดูเฟมินีนมากขึ้น โลชั่นกลิ่นหวานเหมาะกับ

  • วันสบาย ๆ
  • คาเฟ่
  • เดต
  • ทริปเที่ยว
  • วันที่อยากให้ลุคดูสดใส

          แต่หากไม่อยากให้กลิ่นหวานจนเกินไป อาจเลือกกลิ่น floral ที่มี musk หรือ powdery ผสมอยู่ จะช่วยให้กลิ่นดูละมุนและใช้ง่ายมากขึ้น

กลิ่นไหนให้ฟีลผู้ดี / luxury

          หากพูดถึงกลิ่นที่ให้ฟีลผู้ดี ดูแพง หรือ luxury ส่วนใหญ่จะเป็นกลิ่นที่มีความสะอาด นุ่มลึก และไม่หวานจนเกินไป กลิ่นที่มักให้ฟีลหรู ได้แก่

  • White musk
  • Powdery musk
  • Soft floral
  • Rose แบบสะอาด
  • Peony
  • Cotton musk
  • Woody floral อ่อน ๆ

          จุดเด่นของกลิ่นแนวนี้คือจะไม่ฟุ้งแรงแบบน้ำหอมทั่วไป แต่จะเป็นกลิ่นหอมใกล้ผิวที่ทำให้คนรอบตัวรู้สึกว่า “ตัวหอม ดูแพง และน่าเข้าใกล้” โดยเฉพาะโลชั่นหอมติดทนที่มี musk base มักจะช่วยให้กลิ่นติดผิวได้นาน และให้ลุค clean luxury ได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้น้ำหอมหนัก ๆ

เลือกโลชั่นกลิ่นหอมยังไงให้เหมาะกับตัวเอง

          หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกโลชั่นกลิ่นไหน อาจเริ่มจากบุคลิกของตัวเองก่อน

  • ถ้าชอบลุคสะอาด ใช้ง่าย → เลือกกลิ่น clean / powdery
  • ถ้าชอบลุคดูแพง มีเสน่ห์ → เลือก musk
  • ถ้าชอบลุคสดใส น่ารัก → เลือก fruity หรือ floral
  • ถ้าอยากได้ฟีล luxury → เลือก floral musk หรือ cotton musk

          นอกจากเรื่องกลิ่น ควรเลือกโลชั่นที่เนื้อสัมผัสดี ซึมง่าย และช่วยให้กลิ่นติดผิวได้ยาวนาน เพราะจะช่วยให้ตัวหอมตลอดวันโดยไม่ต้องฉีดน้ำหอมเพิ่มบ่อย ๆ

          สำหรับคนที่กำลังมองหาโลชั่นหอมติดทนที่มีหลายกลิ่นให้เลือก สามารถเลือกใช้ Oriental Princess Moisturising Body Lotion จาก Oriental Princess ซึ่งมีทั้งกลิ่นสะอาด กลิ่น floral และกลิ่น musk ให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ พร้อมเนื้อโลชั่นบางเบา ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและทำให้กลิ่นติดผิวได้ดี เหมาะสำหรับคนที่อยากมีผิวหอมแบบธรรมชาติในทุกวัน

#Oriental Beauty #ครีมทาผิวOriental Beauty #โลชั่น #Lotion #OrientalPrincess